คุณอาจจะสงสัยว่าพิมพ์มาเรียกร้องความสนใจอะไรอีก
เรารู้ว่าคุณคงรำคาญใจในตัวเราเต็มทนแล้ว
ก็คุณไม่ตอบMSNเรานี่โกรธอะไรเราหรอ เราทำอะไรผิดอีกหรือเปล่า
เราแอบรู้จากเพื่อนมาว่าคุณบอกว่าเราเปลี่ยนไป
เราไม่รู้หรอกนะว่าคุณคิดว่าเราเปลี่ยนไปยังไงแต่ขอให้ฟัง
สิ่งที่เราจะบอกต่อไปนี้นะ
มันเป็นความจริง เราไม่เคยโกหกหรือหลอกลวงคุณนะ
หรือถ้าเคยเราก็จะทำให้คุณจับได้ทุกที
เพราะฉะนั้นเชื่อใจเรานะ เชื่อในสิ่งที่เราจะบอกต่อไปนี้นะ
(ได้โปรด)
ที่คุณคิดว่าเราเปลี่ยนไปถ้าจะให้เราเดาคือเรา
ทำตัวเป็นยัยขี้แยกับคุณ ใช่ไหม
คือเราอยากจะบอกว่า
ตลอดเวลาที่เรารู้จักกันตอนม.2เราก็ไม่ได้สนิทกันสักเท่าไหร่
แต่พอมาม.3เรานั่งข้างๆกันมา1ปีเต็มนั่นทำให้เราสนิทกันมากขึ้น
เราขอเรียกคุณว่าเป็นเพื่อนสนิทของเรานะ
คือตลอดเวลาที่เรารู้จักกันคือตั้งแต่ม.2 คือ
เท่าที่คุณรู้จักเราคงคิดว่าเราเป็นคนที่เข้มแข็งไม่ขี้แย
แบบที่คุณเจอใช่ไหม
เรานับตั้งแต่ม.3ที่เราสนิทกันจริงๆอ่านะ
คือตลอดเวลาที่เรารู้จักคุณมาอ่าคุณเป็นเพื่อนที่ดีกับเรามากๆเลย
ทำให้เรายิ้ม หัวเราะ และสนุกสนานเสมอ
มันทำให้เราไม่เคยเลยที่จะแสดงความเป็นคนขี้แยออกมา
คือตั้งแต่เด็กแล้วเราเป็นคนขี้แย อ่อนแอ และพึ่งไม่ได้
เราไม่ได้ว่าตัวเองนะเราเป็นจริงจริง
เราพยายามแก้ไขข้อเสียเหล่านั้นมาตลอด
และเราก็ได้สร้างกำแพงหลอกตัวเองขึ้นมากำแพงหนึ่ง
มันเป็นกำแพงที่สร้างขึ้นเพื่อปิดกั้นความเป็นคนขี้แยของเรา
ให้อยู่แต่ภายใน
และเมื่อได้สนิทกับคุณคุณไม่เคยทำอะไรที่ทำให้เราหมดสนุก
เลยสักครั้ง
มันยิ่งทำให้กำแพงนั้นยิ่งสูงและแข็งแรงขึ้น
ช่วงเวลาเหล่านั้นเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมาก
เวลาแห่งความสุขมักผ่านไปไวเสมอ
พอรู้ตัวอีกที เรากลับต้องมายอมรับความจริงว่า
ช่วงเวลาที่ดีเหล่านั้นกำลังจะจบลง
เราก็คงเป็นเด็กดื้อแถมโง่อีกต่างหาก
แม้จะรู้ว่างานเลี้ยงต้องมีวันเลิกราเราก็ยังงี่เง่าอีก
เราไม่อยากจากเพื่อนสนิทไปนี่นา คงเหมือนตอนเป็นเด็ก
ที่หวงนักหวงหนากับตุ๊กตาตัวเก่าๆมอมๆนั่นหละ
ถ้าคุณคิดว่าเราเปลี่ยนไปเพราะอย่างนี้ เราอยากจะบอกว่า
เราไม่เคยเปลี่ยนไปเลยนะเพราะไม่ว่าเมื่อไหร่
เราก็ยังคงเป็น พิมพ์ ที่ขี้แย อ่อนแอ และพึ่งไม่ได้
แต่ถ้าเราจะเปลี่ยนเราคงเปลี่ยนที่ เรายิ้ม หัวเราะ และ ร่าเริง
ได้มากกว่าเดิม ขอบคุณนะที่ทำให้เราดีขึ้น
หวังว่าคงเข้าใจนะ
อยากรู้ไหมว่าทำไมเราถึงขี้แยต่อหน้าคุณ อ่านต่อให้จบสิ
เพื่อนหลายคนถามเราว่าทำไมต้องเสียใจอะไรกับเพื่อนแค่คนเดียว
คุณ...คุณหนะ ไม่ใช่แค่เพื่อนคนเดียวนะ
คุณเป็นเพื่อนที่ดีกับเรามากมากถึงมากที่สุด
เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดและสำคัญที่สุดสำหรับเราเลย
(อย่าคิดมากน้า)
คุณลองคิดดูนะ
1ปีที่ผ่านมาคุณอยู่เคียงข้างเรามาตลอด สังคมของเราก็มีอยู่แค่ตรงนั้นหละ
คุยก็คุยอยู่กับแต่ตรงนั้น ทำงานคุณก็ช่วยรับเราเข้ากลุ่ม
เรามีปัญหาก็คอยเป็นที่ปรึกษา
สงสัยอะไรก็ตอบข้อสงสัยเราให้ มีอะไรก็ช่วยเราเสมอ
กลับบ้านเป็นเพื่อนเราเกือบทุกวัน
ให้ลอกการบ้าน(เวลามันไม่เสร็จจริงจริงอ่านะ)
แถมยังสอนอะไรอะไรให้เราตั้งมากมายอีก
สิ่งที่คุณทำให้เราหนะมันมากมายเหลือเกิน
มากเสียจนเราไม่รู้จะตอบแทนคุณยังไง
5ใน7วัน ใน1สัปดาห์ แทบจะไม่มีวันไหนเลย
ที่การดำเนินชีวิตของเราจะไม่มีคุณคอยช่วย
เพื่อนผู้แสนดีอย่างคุณ ที่ไม่รังเกียจเรา
แต่เรากลับไม่เคยตอบแทนอะไรคุณเลย
ได้แต่เอ่ยคำที่เห็นแก่ตัว2คำ คือ ขอบคุณ และ ขอโทษ
ทั้งที่คุณทำอะไรให้เรามากมายขนาดนี้เรากลับไม่เคย
ทำอะไรตอบแทนคุณเลยสักครั้ง
นั่นยิ่งทำให้เราคิดมาก เรายอมรับว่าเราเป็นคนคิดมากนะ
นั่นยิ่งทำให้ความเป็นคนขี้แยของเราพังกำแพงนั้นออกมา
ขอโทษนะ ที่ทำให้ลำบากใจ
และตอนนี้เราก็ไม่มีโอกาสอีกต่อไปแล้ว
เรามั่นใจนะว่าคุณสอบเตรียมได้แน่ๆ
เราทำใจแล้วนะ เราเลยทำของชิ้นนั้นให้คุณไง
สิ่งของที่เราทำให้คุณหนะเราทำเพราะความตระหนักนั้น
เราทำของเหล่านั้นให้คุณเพื่อหวังว่าคุณจะไม่ลืม
ว่าเคยมีเพื่อนโง่ๆอย่างเรา
เรากลัวเพราะเราเคยถูกเพื่อนลืมมาแล้ว
มันทำให้เราคว้างไปเลยเหมือนหลุดจากวงโคจรเลย
เรายังไม่ได้แสดงความยินดีกับคุณเลยนี่เนอะ ยินดีด้วยนะคะ
เราอยากบอกคุณมากเลยแต่เรากลัวเราร้องไห้ต่อหน้าคุณ
เดี๋ยวคุณโกรธเราอีก
เราเป็นห่วงคุณนะ
ว่างๆก็มาคุยกับเรามั่งนะ
(ถ้าไม่อยากมีเพื่อนโง่ๆอย่างเราก็ไม่เป็นไร
อะไรที่ทำแล้วลำบากใจไม่ต้องทำนะ)
ควบคุมอารมณ์บ้างนะ
(คือมันไม่ดีต่อสุขภาพ เสียภาพพจน์ แล้วก็เดี๋ยวจะเสียเพื่อนนะ
(ก็เวลาโกรธอย่าเที่ยวไปจิกหรือดึงหัวใครเขาเข้าหละ))
อย่าเครียดนะยิ้มบ้าง
(มันไม่ดีต่อสุขภาพนะการเครียดหนะ
เวลาคุณยิ้มหนะโลกทั้งโลกมันดูสดใสมากมากเลย
(เจอเราก็ยิ้มให้เราสักนิดก็ดี(ถ้าไม่เกลีดเราซะก่อน)
และคุณจะได้มีเพื่อนเยอะเยอะไง
(ก็มัวแต่ทำหน้าเครียดใครเขาจะกล้าเข้ามาคุยด้วยเล่า))
ขอโทษนะที่เราทำอะไรแปลกแปลกหนะ
(จะพยายามควบคุมความขี้แยในตัวเองให้ดีที่สุดแล้วกันนะจะได้
ไม่สร้างความรำคาญและความลำบากใจให้)
และสุดท้าย(คงรำคาญแล้วสิ)
FRIEND FOREVER นะคะ
(friendship is not in the book , but friendship is in our mind)

